เรื่อง สั่งตั้งทีมเฉพาะกิจหาช่องดูดเอกชนลงทุนแบบพีพีพีในไทยเข้มแข็ง1.4 แสนล้านบาท

กรุงเทพฯ 23 ก.ค.- นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน(พีพีพี) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการที่จะเข้ามาลงทุนในรูปแบบพีพีพี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยเฉพาะโครงการใหม่อีก 5 โครงการ คือโครงการรถไฟรางเดี่ยว เชื่อมโยงไทย-จีน, โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ชลบุรี และกรุงเทพฯ-หัวหิน, โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง, ม่วง และเขียว, โครงการก่อสร้างทางด่วนพิเศษ เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่ากว่า 37,000 ล้านบาท และโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 มูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตามแผนเดิมรัฐบาลได้กำหนดวงเงินลงทุนในลักษณะพีพีพีประมาณร้อยละ 2 ของวงเงินลงทุนตามแผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 28,000 ล้านบาท แต่คณะกรรมการเห็นว่าควรเพิ่มเติมโครงการที่สามารถดำเนินการในรูปแบบของพีพีพีได้อีก โดยทั้งหมดคณะกรรมการเฉพาะกิจจะพิจารณาให้เกิดความชัดเจนภายในอีก 2-3 สัปดาห์ ก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบภายใน 3 เดือน โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่แก้ไขกฎหมายร่วมทุน ปี 35 แต่อย่างใด เพราะจะทำให้การลงทุนล่าช้าออกไป แต่จะแก้ไขในส่วนที่จำเป็นและเป็นอุปสรรคที่แท้จริงเท่านั้น
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เพื่อให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในการลงทุนตามโครงการแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง 2555 ในวงเงิน 1.43 ล้านล้านบาทมากขึ้น รัฐบาลจึงได้ขยายการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) มากขึ้น จากเดิมร้อยละ 2 หรือคิดเป็นมูลค่าลงทุนประมาณ 28,000 ล้านบาท เป็นร้อยละ 10 หรือประมาณ 1.4 แสนล้านบาท คาดว่าจะดึงให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับภาครัฐที่มีโครงการลงทุนในโครงการนี้ถึง 500 โครงการ
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการที่นำมาเสนอให้คณะกรรมการพีพีพี นั้นได้แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ โครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สร้างสะพาน รถไฟฟ้า, โครงการลงทุนเชิงพาณิชย์ เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 และโครงการลงทุนเชิงสังคม เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ซึ่งรัฐบาลอาจต้องจัดสรรงบประมาณแบบผูกพันหลายปี เพื่อจัดสรรเป็นค่าก่อสร้างและบริหารจัดการให้กับภาคเอกชนจนเสร็จโครงการ.-สำนักข่าวไทย
ที่มา http://news.mcot.net/economic/inside.php?value=bmlkPTEwNTY4OSZudHlwZT10ZXh0
คำถามท้ายเรื่อง
1.คุณคิดว่าประโยชน์ของการจัดตั้งทีมดังกล่าวคือ?
2.โครงการที่ต้องการดำเนินงานมีกี่โครงการ อะไรบ้าง?
3.การดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนเกิดผมดีอย่างไร?
3 ความคิดเห็น:
1.รถไม่ติด เดินทางสะดวก
2.5 โครงการ คือโครงการรถไฟรางเดี่ยว เชื่อมโยงไทย-จีน, โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ชลบุรี และกรุงเทพฯ-หัวหิน, โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง, ม่วง และเขียว, โครงการก่อสร้างทางด่วนพิเศษ เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่ากว่า 37,000 ล้านบาท และโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 มูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาท
3.ลดอุปสรรคต่างๆ มีเงินทุนต่างๆมาช่วนรัฐบาล
นาย ศุภกาญจน์ วงศ์สัมฤทธิ์ 5001103125 c2/1
Answer . . .
1.รถไม่ติด เดินทางสะดวก
2. 5 โครงการ คือโครงการรถไฟรางเดี่ยว เชื่อมโยงไทย-จีน, โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ชลบุรี และกรุงเทพฯ-หัวหิน, โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง, ม่วง และเขียว, โครงการก่อสร้างทางด่วนพิเศษ เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่ากว่า 37,000 ล้านบาท และโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 มูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาท
3.ลดอุปสรรคต่างๆ มีเงินทุนต่างๆมาช่วนรัฐบาล
นาย สุรัตน์ วัตฏิสุ 5001103138 c.2/1
- ต อ บ -
1. รถไม่ติด เดินทางสะดวก
2. 5 โครงการ คือโครงการรถไฟรางเดี่ยว เชื่อมโยงไทย-จีน, โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ชลบุรี และกรุงเทพฯ-หัวหิน, โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง, ม่วง และเขียว, โครงการก่อสร้างทางด่วนพิเศษ เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา มูลค่ากว่า 37,000 ล้านบาท และโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 มูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาท
3. ลดอุปสรรคต่างๆ มีเงินทุนต่างๆมาช่วนรัฐบาล
โดย นาย ธีระวัฒน์ มนต์ชะติน c.2/1 เลขทะเบียน 5001103121
แสดงความคิดเห็น