จัดทำโดย นายพชร ชัยรัตน์ปรภากุล เลขประจำตัวนักศึกษา5001203024
เรื่อง ต้นกล้าอาชีพ
โครงการต้นกล้าอาชีพเป็นโครงการที่เน้นพัฒนาทักษะ และเพิ่มศักยภาพของแรงงาน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ว่างงาน รวมทั้งบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่ได้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้น และเป็นการแก้ไขปัญหาการว่างงานในประเทศ หลังจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก ผู้เข้าร่วมอบรมจะสามารถนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะหากนำกลับไปใช้ในท้องถิ่นของตัวเอง จะเท่ากับเป็นการพัฒนาศักยภาพของชุมชนนั้นๆ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และยังเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและชุมชนด้วย ทั้งนี้การอบรมในโครงการต้นกล้าอาชีพจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน
กลุ่มเป้าหมายของโครงการ
กลุ่มเป้าหมายของโครงการต้นกล้าอาชีพ ประกอบไปด้วย 4 กลุ่มคือ 1. ผู้ว่างงานจำนวน 500,000 คน โดยจะแบ่งการฝึกอบรมออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกภายในปี 2552 จำนวน 240,000 คน และระยะที่ 2 จำนวน 260,000 คน โดยจะเริ่มในปี 2553 2. ผู้ที่สำเร็จการศึกษา และยังไม่มีงานทำ เช่น บัณฑิตจบใหม่ 3. ผู้ที่ถูกเลิกจ้างจากภาคแรงงานอุตสาหกรรม และต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาฝีมือ สำหรับประกอบกิจการส่วนตัวในท้องถิ่น หรือภูมิลำเนา 4. แรงงานที่อยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้าง
หลักสูตรการฝึกอบรมโครงการ
สำหรับโครงการต้นกล้าอาชีพ ได้จัดให้มีการอบรม 7 กลุ่มอาชีพ จำนวน 935 หลักสูตร
ตัวอย่างหลักสูตร
1. การเกษตรและการแปรรูปจำนวน 118 หลักสูตร ได้แก่
กลุ่มการผลิต เช่น การผลิตไม้ดอกเพื่อการค้า การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การผลิตไก่อินทรีย์
กลุ่มแปรรูป เช่น การแปรรูปปลานิลแดดเดียว การแปรรูปทำไส้กรอกจากปลาดุก
กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเกษตรแบบยั่งยืน การเกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ และแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
การฝึกอบรมเกษตรทางเลือก ภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง
2. ภาคการผลิต จำนวน 319 หลักสูตร ได้แก่
กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ช่างเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้าและแก๊ส ช่างเชื่อมเหล็กดัด ประตู หน้าต่าง ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า
กลุ่มเสื้อผ้า สิ่งทอ เช่น การทำซิลค์สกรีน การทำผ้ามัดย้อมและมัดเพนท์ การทำผ้าด้วยกี่กระตุก การทำผ้าบาติค
กลุ่มเครื่องยนต์ เช่น การซ่อมรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์ ช่างเครื่องยนต์ชุมชนช่างเคาะตัวถังรถยนต์
กลุ่มศิลปะประดิษฐ์และอัญมณี เช่น การแกะสลักวัสดุอ่อนเบื้องต้น การขึ้นรูปกระถางต้นไม้ด้วยแป้นหมุน การทำของชำร่วยด้วยเซรามิค การออกแบบเครื่องโลหะและรูปภัณฑ์อัญมณี เป็นต้น
ประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ
ผู้เข้าฝึกอบรมจะได้รับการพัฒนาทักษะ และความรู้ความสามารถ ตลอดจนเสริมสร้างประสบการณ์เพื่อให้นำไปใช้ประกอบอาชีพในอนาคตได้
นอกจากนี้ผู้ที่เข้ารับการอบรมจากโครางการต้นกล้าอาชีพ รัฐบาลจะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าพาหนะระหว่างการฝึกอบรมดังนี้ ค่าเบี้ยเลี้ยงจำนวน 4,800 บาทต่อคนต่อเดือน (กรณีอบรมไม่ถึงเดือน จ่ายให้วันละ 160 บาท) ค่าเดินทางของผู้เข้ารับการฝึกอบรม เหมาจ่ายคนละ 1,000 บาท (ไม่คิดเป็นรายวัน) ค่าพาหนะเดินทางระหว่างอบรม จำนวน 720 บาทต่อคนต่อเดือน (กรณีอบรมไม่ถึงเดือน จ่ายให้วันละ 30 บาท) และหากผู้ที่ผ่านการอบรมแล้วประสงค์จะกลับไปประกอบอาชีพที่ภูมิลำเนา จะได้รับเงินอุดหนุน 4,800 บาทต่อคนต่อเดือนเป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน รวมทั้งค่าพาหนะเดินทางกลับภูมิลำเนาเหมาจ่าย 1,500 บาท ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างงาน และเพิ่มศักยภาพกระจายไปตามชุมชนนั่นเอง
ที่มา http://sanroo.kapook.com/tonkla-archeep/
คำถามท้ายเรื่อง
1.คุณคิดว่า โครงการนี้มีประโยชน์อย่างไร
2.รัฐบาล จัดตั้งโครงการนี้เพื่ออะไร
3.ค่าเบี้ยเลี้ยง ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ เท่าไร
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
4 ความคิดเห็น:
กล่าวว่า...
กล่าวว่า...
ตอบ. นายปุณยธร จินดารัตนวรกุล 5001203008
152utccbf302g7
ข้อ1.ทำให้คนไทยมีงานทำ มีรายได้ ปัญหาการว่างงานลดลง
ข้อ2. เพื่อพัฒนาทักษะ และเพิ่มศักยภาพของแรงงาน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ว่างงาน รวมทั้งบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่ได้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้น และเป็นการแก้ไขปัญหาการว่างงานในประเทศ หลังจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก
ข้อ3.ผู้เข้าอบรมจะได้รับ ค่าเบี้ยเลี้ยงจำนวน 4,800 บาทต่อคนต่อเดือน (กรณีอบรมไม่ถึงเดือน จ่ายให้วันละ 160 บาท)
1.ทำให้คนไทยมีงานทำ มีรายได้ ปัญหาการว่างงานลดลง
2.เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มศักยภาพของแรงงาน
3.เบี้ยเลี้ยง 4800 บาทต่อเดือน
นางสาวมาริษา อยู่แล้ว ID:500103123
1.ทำให้คนไทยมีงานทำ มีรายได้ ปัญหาการว่างงานลดลง
2. เพื่อพัฒนาทักษะ และเพิ่มศักยภาพของแรงงาน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ว่างงาน รวมทั้งบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่ได้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้น และเป็นการแก้ไขปัญหาการว่างงานในประเทศ หลังจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก
3.เบี้ยเลี้ยง 4800 บาทต่อเดือน
นาย สรศักดิ์ เปรมปกรณ์ 5001103129
แสดงความคิดเห็น